[ 7 Days ] Project - "Simple Thing" by..Arikung_zaa
posted on 01 Jun 2010 20:50 by arikungTitle: คิดง่าย ๆ
Author: Arikungz*
Pairing:
Yunho x Jaejoong
Rate: PG-15
Author's note : 3rdProject 'Simple Things'
"นี่มันงานอะไรกัน ? คิมแจจุง !"
กระดาษแผ่นโตสามสี่แผ่นถูกเขวี้ยงทิ้งลงกับพื้นอย่างไม่ไยดี พร้อมเสียงตวาด
ใบหน้าเคร่งเครียดของเจ้านายไม่สามารถทำให้คิมแจจุง สะทกสะท้านได้เลย
เขาก้มหน้า ยืนมองกระดาษที่โดนเหยียบไปมาอย่างไม่ไยดี รอยรองเท้าเปื้อนเป็นรอยดำบนกระดาษร้อยปอนด์สีขาว
เสียงบ่นน่ารำคาญนั้นดังขึ้นเรื่อย ๆ จนรู้สึกปวดหู
แจจุงยังจ้องมองงานที่ตนเองใช้เวลานั่งทำอย่างไม่ละสายตา
"ขอโทษครับ"
เขาเอ่ยสั้น ๆ เมื่อเจ้านายหันมาถาม
"ขอโทษ ! ขอโทษบ้าอะไร ! ผมต้องส่งงานให้ลูกค้าพรุ่งนี้" เขาชี้หน้า "แต่นี่อะไร คุณดูงานนี่มันอะไร"
"..."
"คุณลงสีแบบนี้ได้ยังไง เกิดลูกค้าเห็นมีหวังเข้าได้ด่าเละแน่"
"คุณคิดอะไรอยู่ งานถึงได้เป็นแบบนี้ !"
จินซุกหยิบงานขึ้นมาฉีกออกเป็นหลายซีก ภาพนั้นเหมือนภาพสโลว์โมชั่นในสายตาแจจุง
เชื่องช้าจนรู้สึกได้ชัดเจน
ภาพที่จินซุกก้มลงหยิบกระดาษขึ้นมาแล้วจับฉีกออก ภาพที่ใบหน้าบิดเบี้ยวนั้นกราดคำด่าว่าใส่ใบหน้าของตน
ทุกภาพล้วนชัดเจน แม้กระทั่งเสียงก็ยังได้ยินก้องไปทั้งหู
"งานแบบคิดง่าย ๆ อย่างคุณ มันไม่สมควรอยู่ในบริษัทของผม"
"..."
"คิดอะไรง่าย ๆ คิมแจจุง คุณถูกไล่ออก"
เที่ยงแล้ว
อากาศร้อนจัดจนน่ารำคาญ
ทว่าคิมแจจุงกลับเดินไปอย่างไร้จุดหมาย
ในมือหอบข้าวของพะรุงพะรัง
ดวงตาเหม่อลอยไม่จับจุดกับสิ่งใด
หลังจากเดินออกจากบริษัทรับออกแบบแบบไม่มีสิทธิห้วนกลับคืน แล้ว
ดูเหมือนเขายังจะคิดอะไรไม่ออก
คิมแจจุงไม่ใช่คนที่โดดเด่นอะไร
เรียนจบแบบง่าย ๆ ด้วยเกรดธรรมดา
ก่อนจะเข้าทำงานกับบริษัทใหญ่แบบฟลุค ๆ และออกจากบริษัทในเวลาเพียงห้าเดือน
เขาถอนหายใจ
บ้านแจจุงไม่ใช่ไม่รวย
ความจริงเขาอาศัยอยู่กับป้าวัยห้าสิบจอมขี้บ่น และยังเป็นคุณนายจอมงกตัวแม่
บิดามารดาจริง ๆ เสียชีวิตไปนานแล้ว
ความจริงก็แทบไม่มีความทรงจำอะไรเกี่ยวกับพวกเขานักหรอก
ทิ้งเงินไว้ให้มหาศาลแล้วจากไปเพราะรถชน
ฟุ้งซ่านชะมัด ....
"กลับมาแล้วครับ"
หญิงสาววัยห้าสิบเงยหน้ามาจากนิตรยสาร และเอ่ยทักด้วยเสียงไม่ใส่ใจ
"กลับมาเร็วจัง ถืออะไรมาเยอะแยะน่ะ"
"ผมโดนไล่ออก"
คิมบงซอกวางหนังสือบนตักลงแล้วลุกขึ้น
ใบหน้าดูตกใจ แต่ก็เพียงนิดเดียว
"ไล่ออก ? อะไรกัน หลานเพิ่งทำงานได้แค่ไม่กี่เดือนเองนะ"
"เขาบอกว่างานผมมันคิดอะไรง่าย ๆ ก็เลยไล่ออก"
ท่าทางไม่ทุกข์ไม่ร้อนของแจจุงทำเอาบงซอกไม่สบอารมณ์
"อะไรกัน ทำไมหลานไม่ตั้งใจ บริษัทนี้มันเข้ายากจะตาย !"
"ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่ครับป้า ก็แค่ไล่ออก หาใหม่ก็ได้"
"หาใหม่น่ะ คิดไว้แล้วหรือไง"
"เดี๋ยวลองเชคในเนทกับพวกหนังสือพิมพ์ดู"
บงซอกหงุดหงิดจัด
"แจจุง หลานอายุจะยี่สิบสามร่อมร่อ ยังไม่มีงานการมั่นคง เงินที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้มันไม่ได้ใช้ไปตลอดชีวิตหรอกนะ"
"รู้แล้วครับ" แจจุงไม่ใส่ใจ "แต่เงินน่ะมันไม่ได้หมดไปเพราะป้าหรอกหรอ"
"แจจุง ! อย่ามาทำพูดกับป้าแบบนี้ ป้าเลี้ยงแกมาตีนเท่าฝาหอย"
"รู้แล้วครับ"
บงซอกอารมณ์เสียจัด วางหนังสือลงกับโต๊ะกระจก "ก็เพราะคิดอะไรง่าย ๆ แบบนี้ไง เขาเลยไล่ออก"
"..."
"คิดง่าย ๆ ชีวิตก็เลยจมปลักอยู่แบบนี้ไงล่ะ !"
ผมไม่ได้อยากคิดอะไรง่าย ๆ สักหน่อย ...
แจจุงนั่งมองวิวยามเย็นของเมืองกรุง
แสงสีส้มทอประกายผสมสีชมพูดอ่อนอย่างลงตัว
ใบหน้าด้านข้างแลดูอ้างว้าง
เขาลุกขึ้น
เดินออกจากห้องนอนไป
ปิดประตูเหลือเพียงห้องที่เงียบเชียบ
บงซอกไม่มองหน้าเขาเลย
หล่อนเชิดใส่แล้วเดินถือตะกร้าเก็บเงินออกไปเก็บค่าเช่าแผง ตามปกติ
"..."
แจจุงเดินเรื่อยเปื่อยไปตามทาง
เป็นพนักงานเตะฝุ่นของแท้ แต่ไม่ยักมีฝุ่น ให้เตะ
เขาเดินผ่านร้านรวงที่พากันออกมาค้าขาย
เผลอมองร้านไนท์คลับอยู่พักนึง ทำท่าจะเดินเข้าไป แต่ก็วกกลับออกมา
ก้มหน้าเดินต่อ
ความจริงแจจุงไม่ได้ถูกเสี้ยมสอนให้คิดอะไรง่าย ๆ ทำง่าย ๆ จบแล้วก็ยังง่ายดาย
แต่เพราะสังคมหล่อหลอมให้เขารู้สึกแบบนั้น
.
.
.
สิบปีก่อน
โรงเรียนมัธยมทงแช
ที่ประกอบไปด้วยนักเรียนสามพันคนกับครูอีกสองร้อยคน
บรรยากาศเดิม ๆ ยามเที่ยงที่นักเรียนพากันร่อนไปทั่วทั้งโรงเรียน จนดูน่าวุ่นวาย
ที่นี่มีโรงอาหาร มีร้านอาหาร
แต่นักเรียนไม่ยักชอบใจ พวกเขาแพ็คอาหารมาเองบ้าง ซื้อจากโรงอาหาร แต่ก็น้อยคนนักที่จะนั่งจมอยู่กับโรงอาหารมืดทึบน่ารำคาญ
ยกเว้นแต่คิมแจจุง
เขานั่งเอื่อยกัดแซนวิชในมือ
รอบตัวเงียบเหงา มีเพียงเด็กนักเรียนสองสามกลุ่ม แต่นั่นก็ดูเงียบเหงาอยู่ ดี
ไม่ใช่ว่าไม่มีคนคบ แต่แจจุงไม่ยอมคบกับคนพวกนั้นต่างหาก
เขาว่า มันดูน่าสมเพช ที่ต้องคอยทำตามอะไรใครในกลุ่มที่มีหัวโจกหรือดาวเด่น
แต่นั่นทำให้แจจุงเป็นแกะดำของสังคม
วันนี้เช่นกัน
ขณะที่กำลังจะหยิบแก้วน้ำ ทว่ากลับมีมือของใครบางคนคว้าเอาไว้ก่อน
แจจุงเงยหน้ามอง ในมือที่ถือแซนวิชยกขึ้นกัดอีกครั้ง
"เฮ้ ดูสิ ใครมานั่งเป็นพระเอกเอ็มวีอยู่คนเดียว"
เสียงของลีจินฮา ดังขึ้น
หมอนี่เป็นขยะสังคม แจจุงเกลียดเขา แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
เหล่าลูกน้องพากันร้องโห่ใส่ แจจุงไม่สนใจ เขาเอาแซนวิชคำสุดท้ายใส่ปาก
"ขอน้ำฉันคืนด้วย"
"ย่าห์ ไม่เอาน่าคนสวย ทำตัวเป็นพวกติสก์แตกมีความสุขนักหรือไง"
ไอ้หมอนี่ พูดมาก...
แจจุงกร่นด่าในใจ
"เอาน้ำคืนมา"
"ทำตัวว่านอนสอนง่ายก่อนซี ฉันถึงจะคืนให้"
"ใช่ ๆ ทำตัวให้มันง่าย ๆ หน่อยสิ เจ้าเตี้ย"
พาอึม เจ้าอ้วนน่าสมเพช ที่คอยแต่เดินตามจินฮาต้อย ๆ
แจจุงมองหน้าพาอึมเล็กน้อย
"จะเอาอะไร"
"ย่าห์ หืม นายนี่มันได้ใจฉันจริง ๆเลยว่ะ" จินฮายื่นหน้าเข้ามาใกล้ แจจุงกำมือแน่น
"คบกันฉันสิ"
แจจุงตาโตหันไปมองคนพูดแทบจะทันที
"...น..นายเป็นเกย์งั้นเหรอ !"
ท่าทางตกใจของคนตรงหน้าไม่ยักทำให้จินฮารู้สึกอะไร
"ว่าไงล่ะ ถ้านายไม่คบกันฉันก็อย่าหวังว่าจะมีความสุข"
นี่มันการบังคับกันชัด ๆ
แจจุงเข้าใจแล้ว เขาอ้าปากจะตอบว่า 'ตกลง' เพราะอยากอยู่อย่างสงบ
ง่าย ๆ ยังไงก็ได้ ไม่ได้คิดอะไรมาก
หมอนี่คงไม่มีทางชอบเขานานหรอก
ทว่า ...
"พูดบ้าอะไรของแก จินฮา"
เสียงทุ้มห้วนที่ไม่เคยได้ยินดังสอดเข้ามาเสียก่อน
ทำเอาแจจุงอ้าปากค้างนิด ๆ และหันไปมองต้นเสียง
"อะไรวะ ยุนโฮ"
"แกไปขอหมอนี่เป็นแฟนงั้นเหรอ ตลกชะมัด"
แจจุงรู้สึกรำคาญใจเป็นบ้า
เขาทำท่าจะลุกจากโต๊ะ แต่ยุนโฮก็คว้าแขนเอาไว้ก่อน
"เฮ้ สรุปว่านายอยากเป็นแฟนไอ้จินฮางั้นเหรอ"
ไม่อยากสักนิด ทว่าแจจุงไม่ได้พูดออกไป
"แกอยากได้แจจุงงั้นเหรอ ไอ้ยุนโฮ"
"เปล่า"
ยุนโฮโกหก
แจจุงมองออก
หมอนี่จ้องสบสายตาเขา สายตาแบบนั้น มัน ประหลาด
เขาลากแขนของแจจุงออกไปโดยไม่ฟังใคร
เหตุการณ์ประหลาดจบลงที่จินฮาหัวฟัดหัวเหวี่ยงโดยมีพาอึมคอย เป็นลูกเลี้ยงปลอบใจ
"นายจะพาฉันไปไหน"
"นายคิดจะตอบตกลงหมอนั่นหรือไง บ้าหรือเปล่า"
แจจุงเงียบ ทำเอายุนโฮหยุดเดิน
ตอนนี้ทั้งสองอยู่ที่สวนหลังโรงเรียน ออดใกล้ดังเต็มที
"...อย่าบอกนะ ว่านายคิดจะตอบตกลงจริง ๆ"
เขายักไหล่ ก่อนตอบ "คงงั้น ฉันไม่อยากเดือดร้อน"
"คิดอะไรง่าย ๆ นายคิดหรือไง พอนายเป็นแฟนมันแล้วนายจะมีความสุขน่ะ"
"อ..อะไรของนาย"
"มันอยากฟันนายจะตาย นายโง่หรือโง่กันแน่"
ไม่มีตัวเลือกให้ตอบ แจจุงจึงเงียบ
"คิมแจจุง คิดอะไรให้มากกว่าคำว่าง่ายซะมั่งสิ"
ยุนโฮสะบัดหน้าพรืด แจจุงเอ่ย "นายเป็นใคร"
"ชองยุนโฮห้องสิบ"
"แล้วนายมายุ่งอะไรกับฉัน"
เงียบกันไปครู่หนึ่ง
"ฉันชอบนายไงล่ะ"
เกย์อีกแล้วเหรอ แจจุงคิดในใจ
"ฉันไม่ชอบนายน่ะ"
"พูดไปเถอะ นายต้องชอบฉันแน่ คอยดู..."
แจจุงไม่ได้บอกว่าอยากดูเลยแม้แต่น้อย
แต่ถึงอย่างนั้น
ชองยุนโฮก็คงไม่สนใจจะฟัง
ทุกวัน ๆ ยุนโฮจะมารับ ส่งแจจุงเหมือนเป็นพ่อซะอย่างงั้น
ตอนกลางวันก็คอยแต่จะแย่งของกินของเขาทุกที
วันหยุดก็ลากไปเที่ยว ซื้อนู่นนี่มาให้โดยที่ไม่ได้ขอ
โทรมาคุยเป็นวรรคเป็นเวรเพียงแค่คิดถึง
จนวันหนึ่ง แจจุงก็รู้สึกว่า ตนเองหลงชอบยุนโฮไปซะแล้ว
เขาสองคนตัวติดกันมากขึ้น จนแทบจะเป็นปาท่องโก๋ แจจุงรู้ดีว่าเขาขาดยุนโฮแทบไม่ได้
และแจจุงก็รู้ว่ายุนโฮขาดเขาไม่ได้เช่นกัน
ทว่า ... เขาไม่เคยบอกชอบยุนโฮแม้แต่ครั้งเดียว
เพราะแจจุงคิดแบบง่าย ๆ ว่ายุนโฮคงจะดูออกและรู้สึกถึงมัน
...
แจจุงคิดผิด.
ยุนโฮเฝ้ารอคำตอบของแจจุงมาโดยตลอด รอและทุ่มเท
ถึงตนจะรู้สึกเข้าข้างตัวเองว่าแจจุงแอบมีใจและเปิดใจให้กับ เขาแล้ว
แต่นั่นมันก็แค่ความคิด ยุนโฮไม่กล้าที่จะคิดไปไกลกว่านั้น คิดแค่ว่าได้เดินเคียงข้างแจจุงทุกวันนี้ก็ดีเพียงใด
แต่ ต้นไม้หากขาดน้ำ ก็จะแห้งเหี่ยวเฉา
สัตว์เลี้ยง ถ้าไม่ได้รับการเอาใจใส่ก็รู้สึกตรอมใจ
ยุนโฮเริ่มรู้สึกท้อแท้กับความสัมพันธ์ค้างคาเสียเหลือเกิน
เขาไม่กล้าถามแจจุงถึงความรู้สึกที่มีต่อกัน เพราะเขากลัว
แต่ความสัมพันธ์นี้ก็ยังเดินต่อไป ราวกับไม่มีที่สิ้นสุด
.
.
.
ใกล้จบมัธยมปลายแล้ว
วันนี้เป็นวันจบการศึกษาของโรงเรียนมัธยมทงแช
บรรยากาศวุ่นวายตั้งแต่เช้า ดูน่ารำคาญและน่าเบื่อสิ้นดีในสายตาของคิมแจจุง
ความจริงก็เขารู้สึกอาลัยกับโรงเรียนนี้อยู่นิดหน่อย ทั้งที่มันก็แทบไม่มีความทรงจำดี ๆอะไรนักตั้งแต่อยู่มา
ยกเว้นก็แต่ความทรงจำที่มี ชองยุนโฮ
งานจบการศึกษาเป็นไปอย่างเรียบง่าย และเป็นพิธีการ
วันนี้แจจุงรอยุนโฮจนเกือบสาย น่าแปลก ยุนโฮไม่มารับ
เขาชะเง้อคอไปรอบ ๆ เหลือบมองไปทางห้องสิบ ทว่าไม่เห็นเงาของยุนโฮ
แจจุงรู้สึกถึงลางสังหรณ์ประหลาด ...
คิดง่าย ๆ เอาว่า ยุนโฮอาจไม่สบาย จนมาไม่ได้
แจจุงนั่งรอยุนโฮจนเย็น ... ไม่มีทีท่าว่ายุนโฮจะมาโรงเรียน
คิดง่าย ๆ เอาว่า รอไปก่อน
เขาเดินกลับมา จิตใจห่อเหี่ยว ทั้งที่เป็นการจบการศึกษามัธยมปลายแล้วแท้ ๆ
แต่กลับไม่มีคนสำคัญอยู่ข้าง ๆ ก็รู้สึกว่างเปล่าไปซะหมด
แจจุงเดินไปถึงหน้าบ้านของยุนโฮ ภายในเงียบสงัด
พ่อแม่ของยุนโฮอยู่ต่างประเทศ นานทีจึงจะกลับ จึงมีเพียงแค่ยุนโฮกับป้าทำความสะอาดแค่สองคน
แต่ตอนนี้ไม่มีใครอยู่เลย ...
เขานั่งรอ อย่างโง่เง่า คิดง่าย ๆ เอาว่า เดี๋ยวยุนโฮก็กลับมา
แค่นั้นเอง ...
แจจุงรอจนเช้า ได้ยินเสียงเปิดประตู จึงรีบลุกขึ้นดู เห็นยุนโฮเดินเข้าไปในบ้าน
ท่าทางจะไม่ได้มาแค่คนเดียว ข้างกันนั้น มีหญิงสาวเดินเคียงมาด้วย ...
เขาเจ็บในหัวใจอย่างประหลาด
แจจุงคิดง่าย ๆเอาว่า อาจจะเป็นเพื่อน ญาติ หรือใครสักคน
เขาเดินไปที่ประตู ตัดสินใจเคาะประตูสามสี่ครั้ง
ไม่นานนักมันก็เปิดออก พร้อมกับร่างของหญิงสาว
"ผม..อยากเจอยุนโฮ"
ผู้หญิงคนนั้นแสดงสีหน้าเหยียด ๆ ออกมาเล็กน้อย ก่อนจะตะโกนเรียกคนที่เขาต้องการพบ
หล่อนเป็นรุ่นน้อง ดูได้จากการเรียกว่ารุ่นพี่
ยุนโฮเดินออกมางง ๆ เขาทำท่าตกใจเมื่อเห็นแจจุง
"..."
"..."
"หวัดดี.."
ประโยคงี่เง่า แจจุงคิด
"น..นายมาได้ยังไง" เขาตาโตกว่าเดิม "นายยังไม่ได้กลับบ้านเหรอ ?!"
"ฉันมารอนายตั้งแต่เมื่อวานน่ะ" แจจุงยิ้มซื่อ ๆ "เห็นว่าไม่ได้ไปพิธีจบนึกว่าไม่สบายซะอีก"
ยุนโฮเงียบ ...
"ฉันรบกวนนายเหรอ"
"เปล่าแจจุง ไม่เลย..."
"วันนี้คุณป้าไม่มาทำความสะอาดเหรอ"
"ฉันกำลังจะไปอเมริกา เลยให้เขาออก"
อเมริกา ? ... แจจุงเงียบไป
"นายไม่ได้เป็นอะไรก็ดีแล้ว ฉันกลับล่ะ"
เขาหันหลังเตรียมจะออกเดิน
"เดี๋ยวก่อน แจจุง..."
เขาหันกลับมา
"ฉันกำลังจะไปเรียนต่อ แล้วอาจจะไม่ได้กลับมาที่นี่อีกหลายปี..."
"ฉันรอนายได้" แจจุงยิ้มกว้าง
ยุนโฮชะงักไปเล็กน้อย
"ฉันชอบนายนะแจจุง"
แจจุงคิดเอาง่าย ๆ ว่า ยุนโฮจะเข้าใจความหมายของคำว่า 'อื้อ'
เขาบอกเช่นนั้น เพราะเขาก็ชอบยุนโฮเช่นกัน ...
"ไว้เจอกัน ลาก่อน"
"เดี๋ยวแจจุง ..." ยุนโฮเอ่ย
"สัญญานะ ว่าจะไม่เลิกคิดอะไรง่าย ๆ แบบที่นายเป็น"
แจจุงเอียงคอมองอย่างสงสัย
"จน..จนกว่าฉันจะเจอนายอีก สัญญาสิ .."
"ฉันสัญญา"
.
.
.
แจจุงนั่งถอนหายใจอยู่ที่ระเบียงบ้าน
สามวันที่ผ่านมาเขานั่งหางานไปเรื่อย ๆ
คิดง่าย ๆ ว่า เดี๋ยวก็มีงานเข้ามา
ท่าทางไม่กระตือรือร้นทำเอาบงซอกไม่ยอมแม้แต่จะมองหน้าเขา เลย
แจจุงกดเปิดอินเตอร์เนท ไล่หางานที่ตนจบมา
เขาพบกระทู้ใหม่ ในหน้าเวบเพจบริษัทมีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง
ตั้งไว้ว่า กำลังรับสมัครพนักงาน สาขาการจบอย่างที่เขาเรียนมา และรายได้ปานกลาง
เขากดโทรศัพท์โทรออกหาคนตั้งกระทู้
"สวัสดีครับ" ปลายสายเป็นเสียงผู้ชาย
"สวัสดีครับ ผมคิม แจจุง เห็นว่าบริษัทของคุณกำลังรับสมัครพนักงานอยู่หรือครับ"
"ใช่ครับ คุณคิมแจจุง"
"ผมสนใจและจะขอสมัครสัมภาษณ์ได้หรือเปล่า"
"แน่นอน คุณทิ้งประวัติและเบอร์โทรศัพท์เอาไว้ พรุ่งนี้สิบโมงเช้ามาเจอที่บริษัทได้เลยครับ"
หลังจากติดต่อเสร็จแล้ว แจจุงก็เข้านอน เตรียมตัวเข้าสัมภาษณ์ในวันพรุ่งนี้
แต่เตรียมตัวที่ว่า คือการนอนหลับ แจจุงคิดง่าย ๆ ว่า เขาคงไม่ต้องทำอะไรมากมายนักหรอก
บริษัทค่อนข้างโอ่อ่าใช้ได้ ตกแต่งเรียบง่ายสบายตา ดูเป็นบริษัทที่มีพื้นฐานมั่นคงทีเดียว
แจจุงชอบการตกแต่งของที่นี่ ไม่ต้องมากมาย แต่กลับดูดีจนไม่น่าเชื่อ
เขาก้าวไปที่หน้าห้อง บนป้ายติดชื่อ 'ผู้จัดการ'
เลขาเรียกให้เขาเข้าไปรับสัมภาษณ์หลังจากรอประมาณสิบนาที
น่าแปลก ที่นี่ค่อนข้างเงียบ คงเพราะเป็นบริษัทเปิดใหม่ พนักงานจึงไม่เยอะมากนัก
เมื่อก้าวข้ามผ่านประตู
แจจุงรู้สึกเหมือนหัวใจกลับมาเต้นได้อีกครั้ง ...
'ยุนโฮ'
ใช่แน่ ๆ แจจุงแทบไม่ต้องคิด
เขารู้สึกอื้ออึงจนก้าวต่อไปไม่ถูก มือก็สั่นจนประหม่ากระพริบตาอีกที
ตัวเองก็มานั่งอยู่ตรงหน้าผู้ชายคนนี้ซะแล้ว
"สวัสดีครับ ..." เขากล่าวตามมารยาท
"..."
ยุนโฮเองก็อึ้งไปไม่ต่างกัน
ตรงหน้า แม้จะเลือนลาง แต่ก็ยังจำได้ดี
แจจุง คิมแจจุง แม้ว่าการเวลาจะทำให้ร่างกายเปลี่ยนแปรไป
แต่เขายังจำดวงหน้าขาว และรอยยิ้มนั้นได้ดี
"แจ...แจจุงใช่มั้ย"
"ยุนโฮ..."
ยุนโฮแทบจะพุ่งข้ามโต๊ะมา เขาคว้าร่างนั้นไว้แล้วกอดไว้แน่นสุดใจ แจจุงตกใจแต่ก็กอดกลับไปให้แน่นเท่าที่จะทำได้
แจจุงซุกหน้าลงกับไหล่ที่ตอนนี้กว้างกว่าเดิม สูงกว่าเดิมเสียแล้ว
"ฉันคิดถึงนาย" ยุนโฮพร่ำบอก "คิดถึงแต่นายมาตลอด"
แจจุงคิดว่า เขาอาจจะเลิกคิดง่ายๆได้แล้ว
"ฉันก็คิดถึงนาย"
.
.
.
THE END.