[ 7 Days ] Project - "Simple Thing" by..Arikung_zaa

posted on 01 Jun 2010 20:50 by arikung

Title: คิดง่าย ๆ

Author: Arikungz*
Pairing:
Yunho x Jaejoong

Rate: PG-15
Author's note : 3rdProject 'Simple Things'
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"นี่มันงานอะไรกัน ? คิมแจจุง !"

กระดาษแผ่นโตสามสี่แผ่นถูกเขวี้ยงทิ้งลงกับพื้นอย่างไม่ไยดี พร้อมเสียงตวาด

ใบหน้าเคร่งเครียดของเจ้านายไม่สามารถทำให้คิมแจจุง สะทกสะท้านได้เลย

 

เขาก้มหน้า ยืนมองกระดาษที่โดนเหยียบไปมาอย่างไม่ไยดี รอยรองเท้าเปื้อนเป็นรอยดำบนกระดาษร้อยปอนด์สีขาว

 

เสียงบ่นน่ารำคาญนั้นดังขึ้นเรื่อย ๆ จนรู้สึกปวดหู

 

แจจุงยังจ้องมองงานที่ตนเองใช้เวลานั่งทำอย่างไม่ละสายตา

 

"ขอโทษครับ"

เขาเอ่ยสั้น ๆ เมื่อเจ้านายหันมาถาม

 

"ขอโทษ ! ขอโทษบ้าอะไร ! ผมต้องส่งงานให้ลูกค้าพรุ่งนี้" เขาชี้หน้า "แต่นี่อะไร คุณดูงานนี่มันอะไร"

"..."

"คุณลงสีแบบนี้ได้ยังไง เกิดลูกค้าเห็นมีหวังเข้าได้ด่าเละแน่"

"คุณคิดอะไรอยู่ งานถึงได้เป็นแบบนี้ !"

 

จินซุกหยิบงานขึ้นมาฉีกออกเป็นหลายซีก ภาพนั้นเหมือนภาพสโลว์โมชั่นในสายตาแจจุง

 

เชื่องช้าจนรู้สึกได้ชัดเจน

ภาพที่จินซุกก้มลงหยิบกระดาษขึ้นมาแล้วจับฉีกออก ภาพที่ใบหน้าบิดเบี้ยวนั้นกราดคำด่าว่าใส่ใบหน้าของตน

ทุกภาพล้วนชัดเจน แม้กระทั่งเสียงก็ยังได้ยินก้องไปทั้งหู

 

"งานแบบคิดง่าย ๆ อย่างคุณ มันไม่สมควรอยู่ในบริษัทของผม"

"..."

"คิดอะไรง่าย ๆ คิมแจจุง คุณถูกไล่ออก"

 

 

 

 

 

 

เที่ยงแล้ว

อากาศร้อนจัดจนน่ารำคาญ

 

ทว่าคิมแจจุงกลับเดินไปอย่างไร้จุดหมาย

ในมือหอบข้าวของพะรุงพะรัง

ดวงตาเหม่อลอยไม่จับจุดกับสิ่งใด

 

หลังจากเดินออกจากบริษัทรับออกแบบแบบไม่มีสิทธิห้วนกลับคืน แล้ว

ดูเหมือนเขายังจะคิดอะไรไม่ออก

 

คิมแจจุงไม่ใช่คนที่โดดเด่นอะไร

เรียนจบแบบง่าย ๆ ด้วยเกรดธรรมดา

ก่อนจะเข้าทำงานกับบริษัทใหญ่แบบฟลุค ๆ และออกจากบริษัทในเวลาเพียงห้าเดือน

 

เขาถอนหายใจ

 

บ้านแจจุงไม่ใช่ไม่รวย

ความจริงเขาอาศัยอยู่กับป้าวัยห้าสิบจอมขี้บ่น และยังเป็นคุณนายจอมงกตัวแม่

บิดามารดาจริง ๆ เสียชีวิตไปนานแล้ว

ความจริงก็แทบไม่มีความทรงจำอะไรเกี่ยวกับพวกเขานักหรอก

ทิ้งเงินไว้ให้มหาศาลแล้วจากไปเพราะรถชน

 

ฟุ้งซ่านชะมัด ....

 

"กลับมาแล้วครับ"

หญิงสาววัยห้าสิบเงยหน้ามาจากนิตรยสาร และเอ่ยทักด้วยเสียงไม่ใส่ใจ

 

"กลับมาเร็วจัง ถืออะไรมาเยอะแยะน่ะ"

"ผมโดนไล่ออก"

 

คิมบงซอกวางหนังสือบนตักลงแล้วลุกขึ้น

ใบหน้าดูตกใจ แต่ก็เพียงนิดเดียว

 

"ไล่ออก ? อะไรกัน หลานเพิ่งทำงานได้แค่ไม่กี่เดือนเองนะ"

"เขาบอกว่างานผมมันคิดอะไรง่าย ๆ ก็เลยไล่ออก"

 

ท่าทางไม่ทุกข์ไม่ร้อนของแจจุงทำเอาบงซอกไม่สบอารมณ์

 

"อะไรกัน ทำไมหลานไม่ตั้งใจ บริษัทนี้มันเข้ายากจะตาย !"

"ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่ครับป้า ก็แค่ไล่ออก หาใหม่ก็ได้"

"หาใหม่น่ะ คิดไว้แล้วหรือไง"

"เดี๋ยวลองเชคในเนทกับพวกหนังสือพิมพ์ดู"

 

บงซอกหงุดหงิดจัด

 

"แจจุง หลานอายุจะยี่สิบสามร่อมร่อ ยังไม่มีงานการมั่นคง เงินที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้มันไม่ได้ใช้ไปตลอดชีวิตหรอกนะ"

 

"รู้แล้วครับ" แจจุงไม่ใส่ใจ "แต่เงินน่ะมันไม่ได้หมดไปเพราะป้าหรอกหรอ"

"แจจุง ! อย่ามาทำพูดกับป้าแบบนี้ ป้าเลี้ยงแกมาตีนเท่าฝาหอย"

"รู้แล้วครับ"

 

บงซอกอารมณ์เสียจัด วางหนังสือลงกับโต๊ะกระจก "ก็เพราะคิดอะไรง่าย ๆ แบบนี้ไง เขาเลยไล่ออก"

"..."

"คิดง่าย ๆ ชีวิตก็เลยจมปลักอยู่แบบนี้ไงล่ะ !"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผมไม่ได้อยากคิดอะไรง่าย ๆ สักหน่อย ...

 

แจจุงนั่งมองวิวยามเย็นของเมืองกรุง

แสงสีส้มทอประกายผสมสีชมพูดอ่อนอย่างลงตัว

ใบหน้าด้านข้างแลดูอ้างว้าง

 

เขาลุกขึ้น

เดินออกจากห้องนอนไป

ปิดประตูเหลือเพียงห้องที่เงียบเชียบ

 

บงซอกไม่มองหน้าเขาเลย

หล่อนเชิดใส่แล้วเดินถือตะกร้าเก็บเงินออกไปเก็บค่าเช่าแผง ตามปกติ

 

"..."

 

แจจุงเดินเรื่อยเปื่อยไปตามทาง

เป็นพนักงานเตะฝุ่นของแท้ แต่ไม่ยักมีฝุ่น ให้เตะ

 

เขาเดินผ่านร้านรวงที่พากันออกมาค้าขาย

เผลอมองร้านไนท์คลับอยู่พักนึง ทำท่าจะเดินเข้าไป แต่ก็วกกลับออกมา

ก้มหน้าเดินต่อ

 

ความจริงแจจุงไม่ได้ถูกเสี้ยมสอนให้คิดอะไรง่าย ๆ ทำง่าย ๆ จบแล้วก็ยังง่ายดาย

แต่เพราะสังคมหล่อหลอมให้เขารู้สึกแบบนั้น

 

 

 

 

 

.

.

.

 

สิบปีก่อน

โรงเรียนมัธยมทงแช

ที่ประกอบไปด้วยนักเรียนสามพันคนกับครูอีกสองร้อยคน

 

บรรยากาศเดิม ๆ ยามเที่ยงที่นักเรียนพากันร่อนไปทั่วทั้งโรงเรียน จนดูน่าวุ่นวาย

ที่นี่มีโรงอาหาร มีร้านอาหาร

แต่นักเรียนไม่ยักชอบใจ พวกเขาแพ็คอาหารมาเองบ้าง ซื้อจากโรงอาหาร แต่ก็น้อยคนนักที่จะนั่งจมอยู่กับโรงอาหารมืดทึบน่ารำคาญ

 

ยกเว้นแต่คิมแจจุง

 

เขานั่งเอื่อยกัดแซนวิชในมือ

รอบตัวเงียบเหงา มีเพียงเด็กนักเรียนสองสามกลุ่ม แต่นั่นก็ดูเงียบเหงาอยู่ ดี

ไม่ใช่ว่าไม่มีคนคบ แต่แจจุงไม่ยอมคบกับคนพวกนั้นต่างหาก

 

เขาว่า มันดูน่าสมเพช ที่ต้องคอยทำตามอะไรใครในกลุ่มที่มีหัวโจกหรือดาวเด่น

แต่นั่นทำให้แจจุงเป็นแกะดำของสังคม

 

วันนี้เช่นกัน

ขณะที่กำลังจะหยิบแก้วน้ำ ทว่ากลับมีมือของใครบางคนคว้าเอาไว้ก่อน

แจจุงเงยหน้ามอง ในมือที่ถือแซนวิชยกขึ้นกัดอีกครั้ง

 

"เฮ้ ดูสิ ใครมานั่งเป็นพระเอกเอ็มวีอยู่คนเดียว"

เสียงของลีจินฮา ดังขึ้น

หมอนี่เป็นขยะสังคม แจจุงเกลียดเขา แต่ก็ทำอะไรไม่ได้

 

เหล่าลูกน้องพากันร้องโห่ใส่ แจจุงไม่สนใจ เขาเอาแซนวิชคำสุดท้ายใส่ปาก

 

"ขอน้ำฉันคืนด้วย"

"ย่าห์ ไม่เอาน่าคนสวย ทำตัวเป็นพวกติสก์แตกมีความสุขนักหรือไง"

 

ไอ้หมอนี่ พูดมาก...

แจจุงกร่นด่าในใจ

 

"เอาน้ำคืนมา"

"ทำตัวว่านอนสอนง่ายก่อนซี ฉันถึงจะคืนให้"

"ใช่ ๆ ทำตัวให้มันง่าย ๆ หน่อยสิ เจ้าเตี้ย"

 

พาอึม เจ้าอ้วนน่าสมเพช ที่คอยแต่เดินตามจินฮาต้อย ๆ

แจจุงมองหน้าพาอึมเล็กน้อย

 

"จะเอาอะไร"

"ย่าห์ หืม นายนี่มันได้ใจฉันจริง ๆเลยว่ะ" จินฮายื่นหน้าเข้ามาใกล้ แจจุงกำมือแน่น

"คบกันฉันสิ"

 

แจจุงตาโตหันไปมองคนพูดแทบจะทันที

 

"...น..นายเป็นเกย์งั้นเหรอ !"

ท่าทางตกใจของคนตรงหน้าไม่ยักทำให้จินฮารู้สึกอะไร

 

"ว่าไงล่ะ ถ้านายไม่คบกันฉันก็อย่าหวังว่าจะมีความสุข"

 

นี่มันการบังคับกันชัด ๆ

แจจุงเข้าใจแล้ว เขาอ้าปากจะตอบว่า 'ตกลง' เพราะอยากอยู่อย่างสงบ

ง่าย ๆ ยังไงก็ได้ ไม่ได้คิดอะไรมาก

หมอนี่คงไม่มีทางชอบเขานานหรอก

ทว่า ...

 

"พูดบ้าอะไรของแก จินฮา"

 

เสียงทุ้มห้วนที่ไม่เคยได้ยินดังสอดเข้ามาเสียก่อน

ทำเอาแจจุงอ้าปากค้างนิด ๆ และหันไปมองต้นเสียง

 

"อะไรวะ ยุนโฮ"

"แกไปขอหมอนี่เป็นแฟนงั้นเหรอ ตลกชะมัด"

 

แจจุงรู้สึกรำคาญใจเป็นบ้า

เขาทำท่าจะลุกจากโต๊ะ แต่ยุนโฮก็คว้าแขนเอาไว้ก่อน

 

"เฮ้ สรุปว่านายอยากเป็นแฟนไอ้จินฮางั้นเหรอ"

 

ไม่อยากสักนิด ทว่าแจจุงไม่ได้พูดออกไป

 

"แกอยากได้แจจุงงั้นเหรอ ไอ้ยุนโฮ"

"เปล่า"

 

ยุนโฮโกหก

แจจุงมองออก

หมอนี่จ้องสบสายตาเขา สายตาแบบนั้น มัน ประหลาด

 

เขาลากแขนของแจจุงออกไปโดยไม่ฟังใคร

เหตุการณ์ประหลาดจบลงที่จินฮาหัวฟัดหัวเหวี่ยงโดยมีพาอึมคอย เป็นลูกเลี้ยงปลอบใจ

 

 

 

 

"นายจะพาฉันไปไหน"

"นายคิดจะตอบตกลงหมอนั่นหรือไง บ้าหรือเปล่า"

 

แจจุงเงียบ ทำเอายุนโฮหยุดเดิน

ตอนนี้ทั้งสองอยู่ที่สวนหลังโรงเรียน ออดใกล้ดังเต็มที

 

"...อย่าบอกนะ ว่านายคิดจะตอบตกลงจริง ๆ"

 

เขายักไหล่ ก่อนตอบ "คงงั้น ฉันไม่อยากเดือดร้อน"

 

"คิดอะไรง่าย ๆ นายคิดหรือไง พอนายเป็นแฟนมันแล้วนายจะมีความสุขน่ะ"

"อ..อะไรของนาย"

"มันอยากฟันนายจะตาย นายโง่หรือโง่กันแน่"

 

ไม่มีตัวเลือกให้ตอบ แจจุงจึงเงียบ

 

"คิมแจจุง คิดอะไรให้มากกว่าคำว่าง่ายซะมั่งสิ"

ยุนโฮสะบัดหน้าพรืด แจจุงเอ่ย "นายเป็นใคร"

 

"ชองยุนโฮห้องสิบ"

"แล้วนายมายุ่งอะไรกับฉัน"

 

เงียบกันไปครู่หนึ่ง

 

"ฉันชอบนายไงล่ะ"

เกย์อีกแล้วเหรอ แจจุงคิดในใจ

 

"ฉันไม่ชอบนายน่ะ"

"พูดไปเถอะ นายต้องชอบฉันแน่ คอยดู..."

 

 

 

แจจุงไม่ได้บอกว่าอยากดูเลยแม้แต่น้อย

แต่ถึงอย่างนั้น

ชองยุนโฮก็คงไม่สนใจจะฟัง

 

ทุกวัน ๆ ยุนโฮจะมารับ ส่งแจจุงเหมือนเป็นพ่อซะอย่างงั้น

ตอนกลางวันก็คอยแต่จะแย่งของกินของเขาทุกที

วันหยุดก็ลากไปเที่ยว ซื้อนู่นนี่มาให้โดยที่ไม่ได้ขอ

โทรมาคุยเป็นวรรคเป็นเวรเพียงแค่คิดถึง

 

จนวันหนึ่ง แจจุงก็รู้สึกว่า ตนเองหลงชอบยุนโฮไปซะแล้ว

เขาสองคนตัวติดกันมากขึ้น จนแทบจะเป็นปาท่องโก๋ แจจุงรู้ดีว่าเขาขาดยุนโฮแทบไม่ได้

และแจจุงก็รู้ว่ายุนโฮขาดเขาไม่ได้เช่นกัน

 

ทว่า ... เขาไม่เคยบอกชอบยุนโฮแม้แต่ครั้งเดียว

 

เพราะแจจุงคิดแบบง่าย ๆ ว่ายุนโฮคงจะดูออกและรู้สึกถึงมัน

 

 

...

แจจุงคิดผิด.

 

ยุนโฮเฝ้ารอคำตอบของแจจุงมาโดยตลอด รอและทุ่มเท

ถึงตนจะรู้สึกเข้าข้างตัวเองว่าแจจุงแอบมีใจและเปิดใจให้กับ เขาแล้ว

แต่นั่นมันก็แค่ความคิด ยุนโฮไม่กล้าที่จะคิดไปไกลกว่านั้น คิดแค่ว่าได้เดินเคียงข้างแจจุงทุกวันนี้ก็ดีเพียงใด

 

 

แต่ ต้นไม้หากขาดน้ำ ก็จะแห้งเหี่ยวเฉา

สัตว์เลี้ยง ถ้าไม่ได้รับการเอาใจใส่ก็รู้สึกตรอมใจ

ยุนโฮเริ่มรู้สึกท้อแท้กับความสัมพันธ์ค้างคาเสียเหลือเกิน

เขาไม่กล้าถามแจจุงถึงความรู้สึกที่มีต่อกัน เพราะเขากลัว

แต่ความสัมพันธ์นี้ก็ยังเดินต่อไป ราวกับไม่มีที่สิ้นสุด

 

.

.

.

 

ใกล้จบมัธยมปลายแล้ว

วันนี้เป็นวันจบการศึกษาของโรงเรียนมัธยมทงแช

บรรยากาศวุ่นวายตั้งแต่เช้า ดูน่ารำคาญและน่าเบื่อสิ้นดีในสายตาของคิมแจจุง

ความจริงก็เขารู้สึกอาลัยกับโรงเรียนนี้อยู่นิดหน่อย ทั้งที่มันก็แทบไม่มีความทรงจำดี ๆอะไรนักตั้งแต่อยู่มา

ยกเว้นก็แต่ความทรงจำที่มี ชองยุนโฮ

 

งานจบการศึกษาเป็นไปอย่างเรียบง่าย และเป็นพิธีการ

วันนี้แจจุงรอยุนโฮจนเกือบสาย น่าแปลก ยุนโฮไม่มารับ

เขาชะเง้อคอไปรอบ ๆ เหลือบมองไปทางห้องสิบ ทว่าไม่เห็นเงาของยุนโฮ

แจจุงรู้สึกถึงลางสังหรณ์ประหลาด ...

คิดง่าย ๆ เอาว่า ยุนโฮอาจไม่สบาย จนมาไม่ได้

 

 

 

 

 

แจจุงนั่งรอยุนโฮจนเย็น ... ไม่มีทีท่าว่ายุนโฮจะมาโรงเรียน

คิดง่าย ๆ เอาว่า รอไปก่อน

เขาเดินกลับมา จิตใจห่อเหี่ยว ทั้งที่เป็นการจบการศึกษามัธยมปลายแล้วแท้ ๆ

แต่กลับไม่มีคนสำคัญอยู่ข้าง ๆ ก็รู้สึกว่างเปล่าไปซะหมด

แจจุงเดินไปถึงหน้าบ้านของยุนโฮ ภายในเงียบสงัด

พ่อแม่ของยุนโฮอยู่ต่างประเทศ นานทีจึงจะกลับ จึงมีเพียงแค่ยุนโฮกับป้าทำความสะอาดแค่สองคน

 

แต่ตอนนี้ไม่มีใครอยู่เลย ...

เขานั่งรอ อย่างโง่เง่า คิดง่าย ๆ เอาว่า เดี๋ยวยุนโฮก็กลับมา

 

แค่นั้นเอง ...

 

 

แจจุงรอจนเช้า ได้ยินเสียงเปิดประตู จึงรีบลุกขึ้นดู เห็นยุนโฮเดินเข้าไปในบ้าน

ท่าทางจะไม่ได้มาแค่คนเดียว ข้างกันนั้น มีหญิงสาวเดินเคียงมาด้วย ...

 

เขาเจ็บในหัวใจอย่างประหลาด

แจจุงคิดง่าย ๆเอาว่า อาจจะเป็นเพื่อน ญาติ หรือใครสักคน

 

เขาเดินไปที่ประตู ตัดสินใจเคาะประตูสามสี่ครั้ง

ไม่นานนักมันก็เปิดออก พร้อมกับร่างของหญิงสาว

 

"ผม..อยากเจอยุนโฮ"

 

ผู้หญิงคนนั้นแสดงสีหน้าเหยียด ๆ ออกมาเล็กน้อย ก่อนจะตะโกนเรียกคนที่เขาต้องการพบ

หล่อนเป็นรุ่นน้อง ดูได้จากการเรียกว่ารุ่นพี่

 

ยุนโฮเดินออกมางง ๆ เขาทำท่าตกใจเมื่อเห็นแจจุง

 

"..."

"..."

"หวัดดี.."

 

ประโยคงี่เง่า แจจุงคิด

 

"น..นายมาได้ยังไง" เขาตาโตกว่าเดิม "นายยังไม่ได้กลับบ้านเหรอ ?!"

"ฉันมารอนายตั้งแต่เมื่อวานน่ะ" แจจุงยิ้มซื่อ ๆ "เห็นว่าไม่ได้ไปพิธีจบนึกว่าไม่สบายซะอีก"

 

ยุนโฮเงียบ ...

 

"ฉันรบกวนนายเหรอ"

"เปล่าแจจุง ไม่เลย..."

"วันนี้คุณป้าไม่มาทำความสะอาดเหรอ"

"ฉันกำลังจะไปอเมริกา เลยให้เขาออก"

 

อเมริกา ? ... แจจุงเงียบไป

 

"นายไม่ได้เป็นอะไรก็ดีแล้ว ฉันกลับล่ะ"

เขาหันหลังเตรียมจะออกเดิน

 

"เดี๋ยวก่อน แจจุง..."

 

เขาหันกลับมา

 

"ฉันกำลังจะไปเรียนต่อ แล้วอาจจะไม่ได้กลับมาที่นี่อีกหลายปี..."

"ฉันรอนายได้" แจจุงยิ้มกว้าง

ยุนโฮชะงักไปเล็กน้อย

 

"ฉันชอบนายนะแจจุง"

แจจุงคิดเอาง่าย ๆ ว่า ยุนโฮจะเข้าใจความหมายของคำว่า 'อื้อ'

เขาบอกเช่นนั้น เพราะเขาก็ชอบยุนโฮเช่นกัน ...

"ไว้เจอกัน ลาก่อน"

 

"เดี๋ยวแจจุง ..." ยุนโฮเอ่ย

 

"สัญญานะ ว่าจะไม่เลิกคิดอะไรง่าย ๆ แบบที่นายเป็น"

แจจุงเอียงคอมองอย่างสงสัย

"จน..จนกว่าฉันจะเจอนายอีก สัญญาสิ .."

"ฉันสัญญา"

 

 

 

 

 

 

.

.

.

 

แจจุงนั่งถอนหายใจอยู่ที่ระเบียงบ้าน

สามวันที่ผ่านมาเขานั่งหางานไปเรื่อย ๆ

คิดง่าย ๆ ว่า เดี๋ยวก็มีงานเข้ามา

ท่าทางไม่กระตือรือร้นทำเอาบงซอกไม่ยอมแม้แต่จะมองหน้าเขา เลย

 

แจจุงกดเปิดอินเตอร์เนท ไล่หางานที่ตนจบมา

เขาพบกระทู้ใหม่ ในหน้าเวบเพจบริษัทมีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง

ตั้งไว้ว่า กำลังรับสมัครพนักงาน สาขาการจบอย่างที่เขาเรียนมา และรายได้ปานกลาง

 

เขากดโทรศัพท์โทรออกหาคนตั้งกระทู้

 

"สวัสดีครับ" ปลายสายเป็นเสียงผู้ชาย

"สวัสดีครับ ผมคิม แจจุง เห็นว่าบริษัทของคุณกำลังรับสมัครพนักงานอยู่หรือครับ"

"ใช่ครับ คุณคิมแจจุง"

"ผมสนใจและจะขอสมัครสัมภาษณ์ได้หรือเปล่า"

"แน่นอน คุณทิ้งประวัติและเบอร์โทรศัพท์เอาไว้ พรุ่งนี้สิบโมงเช้ามาเจอที่บริษัทได้เลยครับ"

 

หลังจากติดต่อเสร็จแล้ว แจจุงก็เข้านอน เตรียมตัวเข้าสัมภาษณ์ในวันพรุ่งนี้

แต่เตรียมตัวที่ว่า คือการนอนหลับ แจจุงคิดง่าย ๆ ว่า เขาคงไม่ต้องทำอะไรมากมายนักหรอก

 

 

 

บริษัทค่อนข้างโอ่อ่าใช้ได้ ตกแต่งเรียบง่ายสบายตา ดูเป็นบริษัทที่มีพื้นฐานมั่นคงทีเดียว

แจจุงชอบการตกแต่งของที่นี่ ไม่ต้องมากมาย แต่กลับดูดีจนไม่น่าเชื่อ

 

เขาก้าวไปที่หน้าห้อง บนป้ายติดชื่อ 'ผู้จัดการ'

เลขาเรียกให้เขาเข้าไปรับสัมภาษณ์หลังจากรอประมาณสิบนาที

น่าแปลก ที่นี่ค่อนข้างเงียบ คงเพราะเป็นบริษัทเปิดใหม่ พนักงานจึงไม่เยอะมากนัก

 

เมื่อก้าวข้ามผ่านประตู

แจจุงรู้สึกเหมือนหัวใจกลับมาเต้นได้อีกครั้ง ...

 

'ยุนโฮ'

 

ใช่แน่ ๆ แจจุงแทบไม่ต้องคิด

เขารู้สึกอื้ออึงจนก้าวต่อไปไม่ถูก มือก็สั่นจนประหม่ากระพริบตาอีกที

ตัวเองก็มานั่งอยู่ตรงหน้าผู้ชายคนนี้ซะแล้ว

 

"สวัสดีครับ ..." เขากล่าวตามมารยาท

"..."

ยุนโฮเองก็อึ้งไปไม่ต่างกัน

ตรงหน้า แม้จะเลือนลาง แต่ก็ยังจำได้ดี

แจจุง คิมแจจุง แม้ว่าการเวลาจะทำให้ร่างกายเปลี่ยนแปรไป

แต่เขายังจำดวงหน้าขาว และรอยยิ้มนั้นได้ดี

 

"แจ...แจจุงใช่มั้ย"

"ยุนโฮ..."

ยุนโฮแทบจะพุ่งข้ามโต๊ะมา เขาคว้าร่างนั้นไว้แล้วกอดไว้แน่นสุดใจ แจจุงตกใจแต่ก็กอดกลับไปให้แน่นเท่าที่จะทำได้

แจจุงซุกหน้าลงกับไหล่ที่ตอนนี้กว้างกว่าเดิม สูงกว่าเดิมเสียแล้ว

"ฉันคิดถึงนาย" ยุนโฮพร่ำบอก "คิดถึงแต่นายมาตลอด"

 

 

แจจุงคิดว่า เขาอาจจะเลิกคิดง่ายๆได้แล้ว

"ฉันก็คิดถึงนาย"

 

 

.

.

.

 

 

 

 

 

 

 

 

THE END.